ภาพการสาธิตปรับท่าแบบ hands-on · กลุ่มผู้เรียนล้อมรอบนักเรียนที่นอนรับการปรับ

โยคะแก้อาการ ที่เริ่มจากการอ่านร่างกาย
ไม่ใช่แค่จำท่าแก้ปวด

ถ้านักเรียนถามว่า

"ครู หนูปวดสะบักลงแขนมาเป็นปี ต้องทำยังไงดี?"

คำตอบอาจไม่ใช่การหาท่าเปิดไหล่เพิ่มอีกหนึ่งท่า

เพราะอาการที่เห็นตรงสะบัก อาจไม่ได้เริ่มที่สะบัก

และก่อนจะแก้ให้ใครสักคนได้อย่างปลอดภัย

เราต้องอ่านให้ออกก่อนว่า ร่างกายกำลังติดอยู่ที่ระบบไหน

คอร์สนี้สอน Blueprint สำหรับอ่านร่างกายอย่างเป็นระบบ
ผ่านโยคะแก้อาการ นวดแผนไทย anatomy ลมหายใจ hands-on และเคสจริงในห้องเรียน

ดู Blueprint ที่จะได้เรียน
  • 3 วันสด onsite + คอร์สออนไลน์ทบทวน
  • 30 YACEP hours
  • สอนโดยครูโยคะ + ครูนวดบำบัดที่อ่านเคสจริงมาแล้วหลายร้อยเคส
  • รุ่นตุลาคม 2569

Problem Mirror · คุณเคยเจอแบบนี้ไหม

คุณอาจเคยเห็นแบบนี้ในตัวเอง
หรือเห็นในนักเรียนของคุณ

ปวดบ่า นวดแล้วเบา แต่ไม่กี่วันกลับมาตึง

ปวดสะบัก ยืดแล้วเหมือนดี แต่ร้าวลงแขนเหมือนเดิม

ปวดเอว ตรวจแล้วไม่เจออะไรชัด แต่ร่างกายก็ยังไม่มั่นใจ

ทำโยคะแล้วบางท่าช่วย แต่บางท่ากลับทำให้เจ็บเพิ่ม

หลายคนไม่ได้ไม่พยายาม

เขาไปโยคะมาแล้ว

ไปนวดมาแล้ว

ไปกายภาพมาแล้ว

ดูคลิปยืดตาม YouTube มาแล้ว

บางคนตรวจ MRI แล้วด้วยซ้ำ

แต่คำถามยังค้างอยู่:

"ทำไมมันดีขึ้นแป๊บหนึ่ง แล้วกลับมาอีก?"

ห้องเรียนโยคะ ผู้เรียนยืนยกแขนพร้อมกันทั้งห้อง

ปัญหาอาจไม่ใช่ว่าคุณยังพยายามไม่พอ

แต่อาจเป็นเพราะเราถามคำถามผิดตั้งแต่ต้น

ไม่ใช่แค่ "ต้องใช้ท่าไหน?"

แต่คือ:

"อาการนี้เป็นกล้ามเนื้อ พังผืด เส้นประสาท เส้นเอ็น
หรือเป็น pattern ที่ลากมาจากอีกตำแหน่งหนึ่ง?"

สำหรับครูโยคะ จุดนี้ยิ่งชัด

การสอน flow อาจยังพอคุมได้

แต่พอนักเรียน private มาพร้อมอาการเฉพาะ

พร้อมความกลัวจริง

พร้อมคำถามว่า "ครูช่วยหนูได้ไหม"

ตรงนั้นไม่ใช่คำถามเรื่องท่าแล้ว

แต่มันเป็นคำถามเรื่องการอ่านร่างกาย

อาการที่พาคนมาเจอคอร์สนี้

บ่า–คอแข็งเรื้อรัง

นวดแล้วเบา ไม่กี่วันกลับมาตึงเหมือนเดิม

สะบักร้าวลงแขน

ยืดเท่าไหร่ก็ไม่ถึง บางทีชาปลายนิ้ว

ปวดเอวหาสาเหตุไม่เจอ

ตรวจแล้วปกติ แต่ร่างกายไม่มั่นใจสักที

ทำโยคะแล้วเจ็บเพิ่ม

ท่าที่ควรช่วย กลับกลายเป็นท่าที่กลัว

ถ้าคุณพยักหน้ากับข้อใดข้อหนึ่ง — หน้านี้เขียนมาเพื่อคุณ

แกนของคอร์ส

ปวดที่หนึ่ง รากของมันอยู่อีกที่
แต่ก่อนจะแก้ ต้องอ่านระบบให้ถูกและปลอดภัย

นี่คือหัวใจของ Yogilife Method

ถ้าปวดสะบัก ไม่ได้แปลว่าสะบักเป็นต้นเหตุเสมอไป

ถ้าปวดเอว ไม่ได้แปลว่าเอวเป็นจุดเริ่มเสมอไป

ถ้ายืดแล้วไม่หาย ไม่ได้แปลว่าต้องยืดแรงขึ้นเสมอไป

สิ่งที่ต้องฝึกจึงไม่ใช่แค่ "ทำท่าให้ถูก"

แต่คือฝึกสายตา ฝึกมือ ฝึกลมหายใจ

และฝึกวิธีคิดที่อ่านร่างกายเป็นระบบ

Why Things Still Miss · ทำไมวิธีเดิมยังไม่ถึงราก

ทุกวันนี้เราเข้าถึงเครื่องมือดูแลร่างกายมากขึ้นกว่าเดิมมาก

MRIคลินิกกายภาพนวดgym appคลิปยืดบน YouTubeอุปกรณ์พยุงแทบทุกส่วน

สิ่งเหล่านี้มีค่า

แต่ในชีวิตจริง คนจำนวนมากก็ยังวนอยู่กับอาการเดิม

ไม่ใช่เพราะทุกอย่างที่เคยทำมา "ผิด"

แต่เพราะหลายครั้ง มันหยุดอยู่คนละชั้นกับรากของปัญหา

  • บางวิธีแก้ปลายทาง
  • บางวิธีทำถูก แต่ยังไม่ถึงระบบที่เป็นต้นเหตุ
  • บางวิธีเร็ว แต่ไม่ปลอดภัยถ้าไม่ได้ประเมินก่อน
  • บางวิธียืดกล้ามเนื้อได้ แต่ระบบประสาทยังไม่ยอมปล่อย

คำถามจึงไม่ใช่ "วิธีไหนดีที่สุด" แต่คือ:

  1. ตอนนี้เรากำลังอ่านระบบไหน?
  2. อาการนี้อยู่ที่กล้ามเนื้อ พังผืด เส้นประสาท หรือเส้นเอ็น?
  3. จุดที่เจ็บเป็นต้นเหตุ หรือเป็นปลายทาง?
  4. ก่อนลงมือ มีข้อห้ามหรือความเสี่ยงอะไรไหม?
  5. ถ้าดีขึ้นแล้ว จะทำอย่างไรไม่ให้ pattern เดิมกลับมา?

คำถามเหล่านี้คือเหตุผลที่คอร์สนี้ต้องมี Blueprint

The Blueprint · ทำไมต้อง Blueprint

ถ้าคน 5 คนปวดสะบักเหมือนกัน
เราไม่ควรเริ่มด้วยท่าเดียวกันเสมอไป

เพราะสะบักของคนหนึ่งอาจเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ

สะบักของอีกคนอาจเกี่ยวกับคอ

อีกคนอาจเกี่ยวกับเส้นประสาท

อีกคนอาจเกี่ยวกับหน้าอกและลมหายใจ

และอีกคนอาจเกี่ยวกับวิธีใช้ร่างกายซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน

นี่คือเหตุผลที่ "recipe" ไม่พอ

Recipe บอกว่าเจ็บตรงนี้ให้ทำท่านี้

แต่ Blueprint ถามก่อนว่า:

"ตรงที่เจ็บ เป็นจุดเริ่ม หรือเป็นปลายทาง?"

Blueprint ไม่ได้ทำให้การสอนซับซ้อนขึ้นเพื่อความเท่

แต่มันทำให้การสอนปลอดภัยขึ้น แม่นขึ้น และไม่เดาสุ่ม

The Blueprint · 5 Moments

ห้าจังหวะ อ๋อ ที่เปลี่ยนวิธีมองร่างกาย

ทำไมบางคนทำโยคะแล้วเจ็บเพิ่ม ทั้งที่ท่าดูถูกต้อง?

เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่ได้เริ่มจากจุดเดียวกัน

บางคน hypermobile

บางคนเคยผ่าตัด

บางคนมีความดันสูง

บางคนมีอาการชา ร้าว หรืออ่อนแรงที่ต้องประเมินก่อน

ก่อนสอนท่า ก่อนกด ก่อนยืด

ต้องรู้ก่อนว่าอะไรควรทำ อะไรควรเลี่ยง และอะไรต้องส่งต่อ

อ๋อ #1: ความปลอดภัยไม่ใช่ disclaimer ตอนท้าย แต่คือขั้นแรกของการสอนแก้อาการ

ทำไมนวดสะบักหลายครั้ง แล้วไม่หาย?

เพราะอาการที่ดูเหมือนกล้ามเนื้อ อาจไม่ใช่กล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อตอบสนองต่อ load, breath และการยืดที่เหมาะสม

พังผืดต้องอ่านทิศทางของแรงและการคลำขวาง

เส้นประสาทต้องการพื้นที่และการ glide ไม่ใช่การดึงแรง

เส้นเอ็นรับแรงและฟื้นช้ากว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

ถ้าอาการร้าวลงแขนมาจากเส้นประสาท

การนวดสะบักซ้ำ ๆ อาจไม่แตะระบบที่เป็นต้นเหตุเลย

การประเมินแนวคอ–สะบักแบบ hands-on ในเวิร์กชอปจริง
การประเมินแนวคอ–สะบักแบบ hands-on ในเวิร์กชอปจริง

จากห้องเรียนจริง: เคสหนึ่งในเวิร์กชอปมาพร้อม "บ่าแข็งเป็นก้อน สะบักร้าวลงแขน" — สิ่งที่ครูทำก่อนไม่ใช่กดสะบัก แต่ไล่อ่านจากคอ เพราะเส้นประสาทที่เลี้ยงแขนออกมาจากกระดูกคอ เมื่ออ่านเจอว่าต้นทางอยู่ที่คอ วิธีดูแลจึงเปลี่ยนทั้งชุด

อ๋อ #2: ถ้าแยก layer ผิด ต่อให้ตั้งใจมาก ก็อาจใช้เครื่องมือผิดตั้งแต่ต้น

ทำไมบางคนปวดเอว แต่การแก้ไม่ได้เริ่มที่เอว?

เพราะร่างกายไม่ได้ทำงานเป็นชิ้น ๆ

สะโพกส่งผลต่อเอว

sacrum ส่งผลต่อการรับแรง

psoas เชื่อมกับลมหายใจและแกนกลาง

คอส่งผลต่อสะบักและแขน

หน้าอกส่งผลต่อบ่าและขมับ

ในบางเคส เมื่ออ่านไปถึงสะโพกหรือ sacrum

สิ่งที่ดูเหมือน "ปวดเอว" จึงเริ่มเปลี่ยน

ไม่ใช่เพราะมีเทคนิควิเศษ

แต่เพราะเริ่มอ่านจากตำแหน่งที่ร่างกายใช้ชดเชยจริง

อ๋อ #3: ปวดที่หนึ่ง รากอาจอยู่อีกที่จริง ๆ — และถ้าอ่านถูก ผลลัพธ์ในบางเคสอาจเร็วมาก

ทำไมยืดแรงขึ้น แต่ร่างกายยังไม่ยอมปล่อย?

เพราะความตึงบางแบบไม่ได้แก้ด้วยแรงมากขึ้น

บางครั้งกล้ามเนื้อไม่ได้สั้นอย่างเดียว

แต่ระบบประสาทยังป้องกันตัว

ลมหายใจยังตื้น กะบังลมยังไม่ทำงาน

และร่างกายยังไม่เชื่อว่ามันปล่อยได้

ลมหายใจไม่ใช่ของประดับท้ายคลาส

แต่เป็นเครื่องมือประเมิน และพาระบบประสาทกลับมาอยู่ในจังหวะที่ปล่อยได้

อ๋อ #4: บางครั้ง relax ไม่ได้เริ่มจากแรงเพิ่ม แต่เริ่มจากระบบประสาทรู้สึกปลอดภัยพอจะปล่อย

ทำไมหายในคลาส แล้วกลับมาเป็นอีก?

เพราะ pattern เดิมยังอยู่ในชีวิตประจำวัน

นั่งแบบเดิม หายใจแบบเดิม ใช้แขนแบบเดิม ยกไหล่แบบเดิม

hands-on ช่วยเปิดประตูให้ร่างกายเห็นทางใหม่

แต่ self-practice คือสิ่งที่ทำให้ทางใหม่นั้นค่อย ๆ กลายเป็น pattern ใหม่

คอร์สนี้จึงไม่จบที่ "ครูทำให้ในห้อง"

แต่จบที่คุณรู้ว่า กลับบ้านแล้วควรสังเกตอะไร ฝึกอะไร

และจะไม่พาตัวเองกลับไปสู่ pattern เดิมอย่างไร

อ๋อ #5: คอร์สนี้ไม่ได้ให้แค่การแก้ในห้อง แต่ให้ loop ที่เอากลับไปดูแลตัวเองหรือดูแลนักเรียนต่อได้

ตัวอย่างเครื่องมือที่ได้ฝึกจริง

Wall SeriesPush-up PlusPec Minor Releaseแนวลายตะเข็บกางเกง

Wisdom Reclaim · คืนชั้นความรู้ที่หายไป

diagnostic layer ที่หายไปจากศาสตร์โยคะและนวดแผนไทย

โยคะไม่ใช่แค่ท่า

และนวดแผนไทยไม่ใช่แค่กดจุด

ในศาสตร์ดั้งเดิม มีการอ่านแรง อ่านทิศทาง อ่านเส้น อ่านลมหายใจ

อ่านความสัมพันธ์ของร่างกายทั้งระบบ

ช่วงพักผ่อนใต้ศาลากลางแจ้ง ผู้เรียนนอน savasana ครูนั่งกลางวง

แต่เมื่อความรู้ถูกย่อให้เป็นคลิปสั้น คอร์สสั้น หรือท่าที่จำง่าย

ส่วนที่ลึกที่สุดมักหายไปก่อน

สิ่งที่หายไปคือ diagnostic layer

ชั้นของความรู้ที่ถามว่า:

  • ก่อนแก้ ต้องอ่านอะไร?
  • ก่อนยืด ต้องรู้ว่าระบบไหนกำลังป้องกันตัว?
  • ก่อนกด ต้องรู้ว่าชั้นไหนควรถูกแตะ?
  • ก่อนสอน ต้องรู้ว่าคนนี้ปลอดภัยกับอะไร?

คอร์สนี้ดึงชั้นนั้นกลับมา

แล้วอธิบายใหม่ด้วยภาษา anatomy, movement, breath และ safety

เพื่อให้คนยุคนี้เอาไปใช้ได้จริง

Instructors · ครูผู้สอน

ครูสองคน สองมุม หนึ่ง Blueprint

คอร์สนี้ไม่ได้พิเศษเพราะมีครูสองคน

แต่พิเศษเพราะครูสองคนนี้เห็นร่างกายจากคนละมุม

แล้วเอามุมทั้งสองมาถอดเป็น Blueprint ที่เรียนต่อได้

การ์ดครูประจำคอร์ส · อ.สุวัฒน์ / Thara Massage (ป้ายชื่อบนภาพ · งานบอดี้เวิร์ก)

อ.สุวัฒน์

มาจากโลกของเคสจริง มือจริง อาการจริง

ประสบการณ์จากการดูแลผู้คนจำนวนมาก ทำให้เห็น pattern ที่ตำราอย่างเดียวให้ไม่ได้

มือของครูไม่ได้แค่กด แต่ประเมินว่าอาการหนึ่งลากไปถึงอีกระบบหนึ่งได้อย่างไร

การ์ดครูประจำคอร์ส · ครูโบ๊ต / Bo BoatYogi (ป้ายชื่อบนภาพ)

ครูโบ๊ต

มาจากโลกของโยคะ anatomy ลมหายใจ และการสอน

สิ่งที่ทำยากไม่ใช่แค่ "แก้ได้" แต่คืออธิบายให้คนอื่นมองเห็น

จัดระบบให้คนเรียนตามได้ และแปลงประสบการณ์ในห้องให้กลายเป็นวิธีฝึกต่อ

หมอนวดที่ทำเก่งมีอยู่ ครูโยคะที่สอนดีมีอยู่

แต่คนที่อ่านเคสได้ลึก และแปลงสิ่งนั้นเป็นระบบที่ครูโยคะกับคนทั่วไปใช้ต่อได้ — มีไม่มาก

อ่านมาถึงตรงนี้ แปลว่าคุณน่าจะรู้แล้วว่า

สิ่งที่คุณตามหาไม่ใช่ "ท่าเพิ่ม" แต่คือ "วิธีอ่าน"

Curriculum · 3 วันสด + Online

ใน 3 วันสด คุณไม่ได้มาเรียนแค่ท่า

คุณมาเรียนวิธีคิด วิธีประเมิน วิธีลงมือ และวิธีกลับไปฝึกต่อ

อาการที่ครอบคลุมในรุ่น Upper Body:

  • คอ
  • บ่า
  • ไหล่
  • สะบัก
  • แขน
  • office syndrome
  • ปวดหัวจากบ่า–คอ

Day 1

อ่านระบบก่อนลงมือ

ความต่างระหว่างกล้ามเนื้อ พังผืด เส้นประสาท เส้นเอ็น · การเชื่อมโยงคอ ลมหายใจ psoas แกนกลาง shoulder mechanics · safety gate และการประเมินก่อนแตะ

Day 2

ลงลึก Upper Body และเคสจริง

คอ บ่า ไหล่ สะบัก แขน · แยก decision พังผืด/เส้นประสาท/กล้ามเนื้อ · live cases · office syndrome เชื่อมกับระบบไหน · toolkit สำหรับเข้าไปดูแลอย่างปลอดภัย (Wall Series · ไม้พลอง · Pec Minor Release)

Day 3

รวมระบบและเอากลับไปใช้

body sensing · breath · corrective sequence · fascia release · self-diagnostic · protocol design — เจอเคสจริงจะเริ่มถามอะไร ดูอะไร เลือกอะไร และให้คนเรียนกลับไปฝึกต่ออย่างไร

หลัง workshop ยังมี course online สำหรับทบทวน framework, extended cases, self-practice และ recording

Day by Day · หัวข้อที่สอนจริงในแต่ละวัน

แล้วคอร์สนี้มีเนื้อหาอะไรบ้าง

Day 1

สาเหตุของอาการ & โครงสร้างกระดูกคอและเส้นประสาท

  • เข้าใจเรื่องกระดูกคอ เส้นประสาท และอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นลามไปยังโครงสร้างต่างๆ การตรวจเช็คอาการหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท สาธิตคู่ กับการนวดแก้อาการ
  • โฟลว์โยคะ ที่ปูพื้นฐาน (Foundation) คลายคอ บ่า ไหล่ จัดกระดูก คลายอาการตึงจากพังพืดรอบคอ
  • กายบริหารเทคนิค อ.สุวัฒน์ เพื่อช่วยยืดและคลายพังพืด ใช้ทำงานกับนักเรียน

Day 2

บ่า ไหล่ สะบัก

  • เข้าใจสาเหตุอาการ บ่าแข็งเป็นก้อน, ไหล่ติด (Frozen Shoulder), สะบักเคลื่อนหลวม (Scapular Subluxation), และ อนาโตมีที่เกี่ยวข้อง
  • โฟลว์โยคะเพื่อแก้อาการกลุ่มดังกล่าว และ อธิบาย Breakdown เพื่อความเข้าใจของกลไกที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เชิง Body Mechanic
  • บ่าย - เรียนเทคนิคการใช้ไม้พลองของครูโบ๊ต เพื่อแก้ออฟฟิตซินโดรม
  • บ่าย - เนื้อหาทฤษฎี เติมความรู้เกี่ยวกับอาการบ่า ไหล่ สะบัก ลงอนาโตมีเชิงลึก (อ.ต้า)

Day 3

เทคนิคการอาการแขน และ Mini Workshops ต่างๆ

  • อาการกลุ่มแขนและปลายนิ้วมือต่างๆ
  • เทคนิคกายบริหารต่างๆ เพื่อแก้อาการรวม และเฉพาะจุด
  • เทคนิคการ Support สรีระ คู่กับการปรับ Spine Alignment ด้วยตนเอง เพื่อลดอาการออฟฟิตซินโดรม
  • การออกแบบท่า และ ซีเควนซ์ สำหรับโยคะแก้อาการ นักเรียนหลายๆ ระดับ

BONUS

เทคนิคต่างๆ จากครูทั้งสองท่าน & การออกแบบการทำงาน

  • เทคนิคไม้พลอง
  • เทคนิคกดจุดและช่วยนวดแก้อาการ และการใช้เครื่องมือต่างๆ
  • เทคนิคการสร้างแรงต้าน ทั้งแบบง่าย และ แบบซับซ้อน
  • เทคนิคกายบริหารนวดแผนไทย ที่ครูโยคะเอาไปช่วยนักเรียน Private ได้
  • อัพเดทเทคนิคใหม่ๆทุกรุ่น

รายการนี้ยกมาจากหน้าเดิมของเรา (boboat.yogilife.yoga) ตามที่ประกาศไว้

สิ่งที่ได้กลับไปทั้งหมด

  1. Workshop สด 3 วันเต็ม

    เรียนกับครูทั้งสองแบบ hands-on กลุ่มเล็ก เห็นเคสจริงต่อหน้า

  2. คอร์สออนไลน์ทบทวน

    framework ทุกชั้น + extended cases + recording ดูซ้ำได้

  3. Self-practice toolkit

    ชุดฝึกกลับบ้านที่เลือกตามอาการ ไม่ใช่ชุดเดียวเหมาให้ทุกคน

  4. Blueprint การอ่านร่างกาย

    วิธีคิดที่ใช้ได้กับเคสถัดไป ไม่หมดอายุตามคอร์ส

  5. YACEP 30 hours

    ชั่วโมงพัฒนาครูที่ Yoga Alliance รับรอง

สิ่งที่ ไม่ได้ ให้: คำสัญญาว่าทุกอาการต้องหาย และทางลัดข้ามการประเมิน

จากเดิม → กลายเป็น

จากเดิม

จำท่าแก้ปวดทีละท่า

กลายเป็น

อ่านระบบก่อน แล้วท่าจะเลือกตัวมันเอง

จากเดิม

เจอเคส private แล้วใจไม่นิ่ง

กลายเป็น

มีลำดับการประเมินที่เริ่มได้ทุกครั้ง

จากเดิม

แก้ตรงที่เจ็บ

กลายเป็น

เห็นต้นทาง–ปลายทางของ pattern

จากเดิม

ยืดแรงขึ้นเมื่อไม่หาย

กลายเป็น

รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องเบาลง เมื่อไหร่ต้องส่งต่อ

จากเดิม

ความรู้กระจัดกระจายเป็นชิ้น ๆ

กลายเป็น

Blueprint เดียวที่เชื่อมโยคะ นวดไทย anatomy ลมหายใจ

บรรยากาศคลาสจริง

หน้าตาของคอร์ส · ทั้งห้องเรียน ฐานทัพ และผู้คน

ไม่ใช่คอร์สไกล ๆ ที่ดูแค่หน้าจอ — มีห้องเรียนจริง มี hands-on ใกล้ ๆ มีคนที่มาด้วยกันจนจบ

จบคอร์สแล้วคุณได้อะไรติดมือกลับไป

  • อ่านอาการคอ–บ่า–ไหล่–สะบัก–แขนอย่างเป็นลำดับได้
  • ออกแบบ sequence แก้อาการเฉพาะคนอย่างปลอดภัย
  • ใบประกาศ + 30 YACEP hours สำหรับครูโยคะที่ต้องการชั่วโมง CE
บรรยากาศวันจบคอร์ส ผู้เรียนทั้งรุ่นถือใบประกาศร่วมกัน

คอร์สนี้เหมาะกับใคร

เหมาะกับ

  • ครูโยคะที่อยากสอน private ด้วยความมั่นใจขึ้น
  • คนที่เจออาการคอ บ่า ไหล่ สะบัก แขน เรื้อรัง และอยากเข้าใจ root จริง
  • คนที่สนใจโยคะแก้อาการ นวดแผนไทย anatomy breathwork แบบเชื่อมเป็นระบบเดียว
  • คนที่อยากได้ framework ไม่ใช่แค่ technique เพิ่มอีกชุด

ไม่เหมาะกับ

  • คนที่ต้องการคำสัญญาว่าทุกอาการต้องหาย
  • คนที่ต้องการใช้คอร์สแทนการรักษาทางการแพทย์
  • คนที่อยากได้แค่ท่าเพิ่ม แต่ไม่อยากเรียนวิธีอ่านร่างกาย
  • คนที่อยากข้าม safety gate เพื่อรีบเข้าเทคนิค

ก่อนสมัคร

คำถามที่พบบ่อย

ต้องเป็นครูโยคะไหมถึงเรียนได้?

ไม่จำเป็น แต่ถ้าเป็นครูโยคะ คุณจะเอา framework นี้ไปใช้กับการสอน private และการประเมินนักเรียนได้ชัดขึ้น

ถ้ามีอาการปวดอยู่ เรียนได้ไหม?

ขึ้นกับอาการ คอร์สนี้มี safety gate เป็นส่วนสำคัญ ถ้ามีอาการรุนแรง ชา อ่อนแรง หรือมีประวัติทางการแพทย์เฉพาะ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน และแจ้งทีมก่อนสมัคร

คอร์สนี้เป็นการรักษาไหม?

ไม่ใช่คำแนะนำหรือการรักษาทางการแพทย์ คอร์สนี้เป็นการเรียนรู้วิธีอ่านร่างกาย โยคะแก้อาการ hands-on และ self-practice เพื่อใช้ดูแลตัวเองหรือประกอบการสอนอย่างปลอดภัยขึ้น

เรียนแล้วจะหายไหม?

ไม่มีการรับประกันผลลัพธ์แบบนั้น แต่คอร์สนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่าอาการอาจมาจากระบบไหน และควรเริ่มดูแลอย่างไรอย่างมีเหตุผลมากขึ้น

ในคลาสมี hands-on ไหม?

มี ทั้งการสาธิต การสังเกต การฝึกกับตัวเอง และการเรียนรู้จากเคสจริงตามความเหมาะสมของรุ่นนั้น ๆ

หลังจบคอร์สมีอะไรให้ทบทวนไหม?

มี course online และ material สำหรับทบทวน framework, extended cases และ self-practice ตามรายละเอียดของรุ่น

ถ้าคุณอยากหยุดเดา และเริ่มอ่านร่างกายอย่างเป็นระบบ — รุ่นนี้คือทางเข้า

Thai Yoga Therapy · Upper Body · รุ่นตุลาคม 2569

3 วันสด onsite + course online · 30 YACEP hours


สิ่งที่รวมอยู่ในรุ่นนี้

  • Workshop สด 3 วัน (เคสจริง + hands-on)
  • คอร์สออนไลน์ทบทวน + recording
  • Self-practice toolkit ตามอาการ
  • ใบประกาศ + 30 YACEP hours

วันที่: เสาร์ 3 – จันทร์ 5 ตุลาคม 2569

ราคาช่วงแรก

9,500 บาท

ราคาช่วงแรกของรุ่นนี้ — จองก่อน 15 ก.ย. 2569 · หลังจากนั้นปรับขึ้นเป็นราคาเต็ม

สอบถามผ่าน LINE

ยังลังเล? อ่าน FAQ อีกครั้ง

คอร์สนี้ไม่ใช่คำแนะนำหรือการรักษาทางการแพทย์

ถึงคนที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้

ถ้าที่ผ่านมาคุณเคยรู้สึกว่า "ฉันพยายามมามากแล้ว ทำไมยังวนอยู่ที่เดิม"
เราอยากบอกว่า คุณอาจไม่ได้ขาดความพยายามเลย

สิ่งที่ขาด อาจเป็นแค่วิธีอ่านว่า
ร่างกายกำลังขอให้เราดูตรงไหนก่อน

สามวันนี้เราจะนั่งอ่านร่างกายไปด้วยกัน — ทีละชั้น ทีละระบบ
จนคุณเริ่มเห็นสิ่งที่เมื่อก่อนมองไม่เห็น

แล้วพบกันในห้องเรียน

ครูโบ๊ต & อ.สุวัฒน์
Thai Yoga Therapy · YogiLife

Upper Body · 3–5 ต.ค.

ราคาช่วงแรก 9,500 บาท · ก่อน 15 ก.ย. 2569